ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ทำอย่างจึงจะพบเห็นผีเสื้อ

 

 

 

ผีเสื้อนับว่าเป็นสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง ในการที่เราจะไปดูชีวิตของสัตว์ป่าในธรรมชาตินั้น เราควรเรียนรู้ นิสัยใจคอ และลักษณะความเป็นอยู่ของสัตว์ชนิดนั้น ๆ ตามธรรมชาติเสียก่อน  เราจึงจะพบเห็นพวกเขาได้ตามคาดหวัง  ดังนั้นหากเราต้องการดูผีเสื้อหรือต้องการถ่ายรูปพวกเขาอย่างใกล้ชิดแล้ว  จะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้คือ

 

1. ฤดูกาล ในฤดูแล้งพืชอาหารของตัว หนอนผีเสื้อและของตัวผีเสื้อเองมีน้อย  ดังนั้นจำนวนของผีเสื้อที่สามารถพบเห็นได้จะน้อย อีกประการหนึ่งผีเสื้อในฤดูกาลนี้จะปราดเปรียวเป็นพิเศษ เนื่องจากมีปริมาณน้อย ดังนั้นจึงทำให้ดูผีเสื้อยากขึ้น
 

ในฤดูฝนพืชอาหารของหนอนผีเสื้อมีจำนวนมาก อีกทั้งความชื้นในอากาศก็สูง จำนวนผีเสื้อก็มากตามไปด้วย  ในตอนกลางคืนความชื้นจะเกาะตามปีกของผีเสื้อมากขึ้น  ดังนั้นในตอนเช้าผีเสื้อจึงต้องออกมาผึ่งปีกให้แห้งเสียก่อนออกบินไปหากิน   ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้มีโอกาสเข้าใกล้ผีเสื้อได้มากขึ้น   

โดยทั่วไปผีเสื้อไม่ชอบอากาศที่มืดครื้มในฤดูฝน  จะสังเกตเห็นว่าเมื่อใดที่เมฆบังแสงแดด จำนวนผีเสื้อจะลดลงไปในทันทีทันใด และเมื่อใดที่ฝนตกผีเสื้อจะหลบฝนเข้าไปในพุ่มไม้   แต่ทันทีที่ฝนหยุดตกและมีแสงแดดแล้ว ผีเสื้อจะออกมาผึ่งปีกบนใบไม้  เป็นโอกาสดีที่เราจะได้เข้าไปใกล้ชิด เพื่อศึกษาหรือถ่ายรูป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้า แดดยังไม่ร้อนมากนัก ผีเสื้อจะเกาะตามกิ่งไม้ใบหญ้าเพื่อผึ่งปีก ไม่บินไปไหน เพราะปีกเขาเปียกน้ำค้าง บินไปไหนไม่ไหว

 

 2. ช่วงระยะเวลาของปี  ผีเสื้อทุกชนิดจะออกมาปรากฏตัวให้เราเห็นมากที่สุด เมื่อพืชอาหารของเขามีมาก ไม่ว่าจะเป็นเมื่อใด  ที่ใด เวลาใดก็ตาม  หากพืชอาหารของผีเสื้อชนิดใดอุดมสมบูรณ์ ผีเสื้อสกุลนั้นก็จะมากเป็นพิเศษ เช่น

  - เดือนมีนาคม   ผีเสื้อสกุลผีเสื้อหนอนกาฝาก  
  - เดือนเมษายน   ผีเสื้อในสกุลผีเสื้อหางดาบ(ผีเสื้อหางดาบ ผีเสื้อหนอนจำปี ผีเสื้อม้าลาย) ผีเสื้อในสกุลหนอนคูน
  - เดือนพฤษภาคม   ผีเสื้อในสกุลผีเสื้อหางตุ้ม ผีเสื้อในสกุลผีเสื้อหางติ่ง  ผีเสื้อในสกุลเชิงลาย
  - เดือนมิถุนายน-สิงหาคม ผีเสื้อทุกวงศ์จะชุกชุมในช่วงนี้เป็นพิเศษ
  - เดือนกรกฏาคม  ผีเสื้อในสกุลผีเสื้อบา-รอน  จะชุกชุมเพราะผลไม้ หลายชนิดสุกในช่วงนี้

 

3. ช่วงเวลาของวัน   ผีเสื้อได้ชื่อว่าเป็นแมลงแห่งแสงแดด เพราะชอบแสงแดดมาก บางชนิดออกบิน ตั้งแต่เมื่อเริ่มเห็นแสงแดด  บางชนิดออกบินตอนสาย  ถ้าไม่มีแสงแดดหรืออากาศครื้มฝน เขามักจะบินหลบเข้าไปอยู่ในพุ่มไม้ทันที  ดังนั้นถ้าต้องการพบเห็นเขา เราจะต้องออกดูผีเสื้อในตอนเช้า  เมื่อเริ่มมีแสงแดด    ผีเสื้อจะออกมาให้เราดูตั้งแต่เช้าตรู่   พอตกสายปีกของผีเสื้อซึ่งเปียกน้ำค้างในตอนกลางคืน ก็จะแห้งแล้วเป็นส่วนใหญ่   ก็จะพากันบินออกมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ   แต่เมื่อช่วงเที่ยงวันเป็นต้นไป  อากาศก็จะเริ่มร้อนมากขึ้น  เขาก็จะหลบไปหลบร้อนตามใต้ใบไม้   ดังนั้นเวลาที่เหมาะที่สุดในการดูผีเสื้อคือ ระหว่างเวลา 08.00-11.00 น. ทั้งนี้ในช่วงเวลาอื่นของวัน เราก็สามารถพบเห็นผีเสื้อได้  แต่ไม่เท่าในช่วงเช้า

 

4. แหล่งหากิน    ผีเสื้อแต่ละชนิดชอบหากินในลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันไป   เช่น บางชนิดก็ชอบหากินตาม  ทุ่งโล่ง ริมลำธาร  ริมทางเดิน ชายป่า  สุมทุมพุ่มไม้  ป่าละเมาะ หรือในดงทึบ ฯลฯ

  ทุ่งโล่ง    ผีเสื้อบางชนิดชอบแสงแดด  เราจึงสามารถพวกเขาได้เสมอ  ไม่ว่าเป็นในเขตเมือง  ชนบท หรือในป่าโปร่ง ตลอดจนสนามหญ้าตามโรงเรียนหรือ ตามสถานที่ราชการต่าง ๆ    ผีเสื้อเหล่านี้ชอบหากิน ตามดอกของวัชพืชที่มีขนาดเล็กเช่น   หญ้าเจ้าชู้  ดอก ตีนตุ๊กแก  หญ้างวงช้าง ไมยราพ  กะทกรก  ต้อยติ่ง  สาบเสือ กระถินทุ่ง ฯลฯ ผีเสื้อที่พบเห็นอยู่เสมอคือ  กลุ่มผีเสื้อหนอนคูน  กลุ่มผีเสื้อหนอนใบรัก กลุ่มผีเสื้อ เณร กลุ่มผีเสื้อแพนซี  กลุ่มผีเสื้อหนอนหนามกะทกรก ฯลฯ  และอาจจะมีผีเสื้ออื่น ๆ  บินมาให้เห็นบ้าง  ในทุ่งโล่งของอุทยานแห่งชาติปางสีดา   เรา สามารถพบผีเสื้อเหล่านี้ไม่ต่ำกว่า 15-30 ชนิดทีเดียว

ทรายชื้นริมลำธาร  เป็นที่ชุมนุมของผีเสื้อที่สวยงามหลากหลายชนิด  ซึ่งพากันมากินเกลือแร่เช่น ผีเสื้อในวงศ์หางติ่งทุกชนิด  ผีเสื้อในวงศ์หนอนกระหล่ำเกือบทุกชนิด รวมทั้งผีเสื้อตัวเล็กๆในวงศ์ผีเสื้อสีน้ำเงินหลายชนิด    แม้กระทั่งผีเสื้อในวงศ์ขาหน้าพู่และวงศ์บินเร็ว ฯลฯ   แต่จะมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความอุดมสมบรูณ์ของป่าผืนนั้น

 ริมทางเดิน  แม้กระทั่งตามริมทางเดินริมถนนซึ่งมีวัชพืช เช่น ดอกต้อยติ่ง  ไมยราพ สาบเสือ เราจะพบผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อหนอนกระหล่ำ เช่น ผีเสื้อขาวแคระ  ผีเสื้อเณร  ฯลฯ ผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อสีน้ำเงิน เช่น ผีเสื้อแสดหางยาว  ผีเสื้อขาวหางริ้ว  ผีเสื้อหางพริ้วฯลฯ  ผีเสื้อในวงศ์ขาหน้าพู่ในกลุ่มตาลพุ่มและจุดตา และตามใบไม้ในระดับสายตา  จะเห็นผีเสื้อในวงศ์ขาหน้าพู่  เช่น ผีเสื้อในสกุลผีเสื้อหนอนละหุ่งหรือผีเสื้อในกลุ่มตาลหนาม ฯลฯ  เกาะอยู่    นอกจากนี้อาจพบผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อบินเร็วอีกมากมายหลายชนิด

ลานหินหรือลานซีเมนต์     จะพบผีเสื้อในกลุ่มผีเสื้อจรกา กลุ่มผีเสื้ออไซเรี่ยนอยู่เสมอ อาจจะพบผีเสื้อในกลุ่มผีเสื้อสีอิฐและผีเสื้อในกลุ่มหนอนใบรักบ้าง บางครั้งอาจมีผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ปะปนอยู่บ้าง

 ดงไม้   ในดงไม้จะพบผีเสื้อในกลุ่มผีเสื้อป่า  เช่น ผีเสื้อหนอนมะพร้าวขนพู่   ผีเสื้อโคอีนัวร์  ผีเสื้อพระเสาร์  ผีเสื้อเจ้าป่า ผีเสื้อนางพญา  ผีเสื้อดาราไพร   ผีเสื้อตาแมวม่วง  ผีเสื้อตาแมวฟ้า ฯลฯ   ผีเสื้อในสกุล ผีเสื้อปีกกึ่งหุบ  เช่นผีเสื้อใต้ปีกพราว ผีเสื้อสีชาด  ฯลฯ  ผีเสื้อวงศ์สีน้ำเงิน  ในสกุลฟ้าไม้ก่อ   และผีเสื้อในกลุ่มผีเสื้อขอบไร้จุด ฯลฯ  ผีเสื้อวงศ์บินเร็วในสกุลนิลกาย  สกุลผีเสื้อตาแดง   ฯลฯ

ใบไม้ที่มีมูลนก ผีเสื้อหายากหลายชนิด  รวมทั้งผีเสื้อเพศเมีย   มักหากินมูลนกที่หล่นตามใบไม้ ดังนั้นหากเราเดินไปตามทางถนนในอุทยานแห่งชาติ  ให้มองหาใบไม้ที่มีรอยเปื้อนมูลนกสีขาว  เพราะอาจพบผีเสื้อหายากหลายชนิด หรือผีเสื้อเพศเมีย กำลังเพลิดเพลินกับการ กินอาหารโปรด คือ มูลนกบนใบไม้ นับว่าเป็นช่วงนาทีทองที่เราจะได้ดูมันอย่างใกล้ชิด

 สวนดอกไม้  อาหารของผีเสื้อนั้น นอกจากเกลือแร่แล้วผีเสื้อยังชอบดูดน้ำหวานจากดอกไม้อีกด้วย ดอกไม้ที่ผีเสื้อชอบกินน้ำหวานนั้นแตกต่างกันไป  ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของงวงที่ผีเสื้อใช้ดูดอาหาร ผีเสื้อมีขนาดเล็กเช่น ผีเสื้อในวงศ์สีน้ำเงิน มักหากินน้ำหวานจากดอกไม้ที่มีขนาดเล็ก เท่าที่งวงของมันจะยาวพอที่จะดูดน้ำหวานได้ถึง  เช่น ดอกผกากรอง หญ้างวงช้าง  หญ้าตีนต๊กแก ผักขม ฯลฯ  หากเป็นดอกไม้ขนาดใหญ่เช่น  ชบา  พู่ระหงส์  พนมสวรรค์ บานบุรี ฯลฯ  เหล่านี้เป็นดอกไม้ขนาดใหญ่   ผีเสื้อที่มีขนาดใหญ่มีงวงยาว  เช่น ผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อหางติ่ง  ผีเสื้อในสกุลผีเสื้อหางตุ้ม  ฯลฯ   ดังนั้นหากเราต้องการเห็นผีเสื้อประเภทใด  ชนิดใด  จะได้เลือกแปลงดอกไม้ได้ ถูกต้อง

 ผลไม้สุกงอม   ใต้ต้นไม้ใบครึ้มซึ่งมีผลไม้สุกงอมล่วงหล่น   เช่น ใต้ต้นไทร ต้นมะม่วง ต้นคูน (ยามที่ฝักล่วงจากต้น ) ฯลฯ  เราจะเห็นผีเสื้อในสกุลผีเสื้อบารอน มาควิส  อาชดุ๊ค ฯลฯ   มาดูดกินผลไม้เน่าเหล่านี้

 มูลสัตว์กินเนื้อ    แต่ก็มีรายงานว่าพบผีเสื้อกินมูลช้างซึ่งเป็นสัตว์กินพืชเช่นกัน หากขับรถไปตามถนนในอุทยาน   เราจะพบมูลสัตว์ซึ่งมันถ่ายไว้กลางถนน เพื่อเป็นการบอกอาณาเขตของมัน เราจะพบผีเสื้อ ซึ่งส่วนมากเป็นผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่    เกาะดูดกินอาหารจากมูลสัตว์เหล่านั้นอยู่  มูลสัตว์ที่พบเห็นได้ง่าย   คือมูลสัตว์จำพวกชะมดหรืออีเห็นทุกชนิด

 ซากสัตว์   เช่นเดียวกับมูลสัตว์แต่เราจะพบผีเสื้อทุกวงศ์ร่วมกันดูดกินอาหารจากซากสัตว์เน่าเหล่านี้

 

5. การเคลื่อนไหว    ผีเสื้อก็มีพฤติกรรมคล้ายกับสัตว์ทั่วไป  ที่จะคอยระมัดระวังอันตรายจากสัตว์อื่น ๆ   หากเราพบเห็นผีเสื้อแต่ไกล  เราต้องค่อย ๆ เดินเข้าหาเขา  หากเขาแสดงท่าทางตื่นกลัว เช่น กระพือปีกถี่ขึ้น ให้หยุดการเคลื่อนไหว  จนเขาเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่เขาทำอยู่  เช่น กินอาหาร เราจึงค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้เขาต่อไป และทำเช่นนี้จนกว่าเราจะเข้าใกล้เขา  ในระยะที่เราพอใจ


ในกรณีที่เราเข้าไปดูผีเสื้อที่กำลังกินอาหาร อยู่  เช่น ตามโป่งทราย   แรงสั่นสะเทือนจากการเดินของเราจะทำให้เขาบินหนี แต่ก็ไปไม่ไกลนัก   ส่วนมากจะบินไปเกาะตามใบไม้ใกล้ ๆ นั้นเอง เมื่อถึงโป่งให้เรานั่งรอ  และเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด  สักพักใหญ่ผีเสื้อก็จะกลับมาลงกินอาหารที่โป่งเหมือนเดิม







dot
เกี่ยวกับเรา
dot
bulletจากต้นกล้า สู่ ป่าใหญ่
bulletกรรมการสมาคม
bulletผลงานด้านท่องเที่ยว
bulletผลงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
bulletผลงานด้านส่งเสริมบทบาทเยาวชน
dot
ท่องเที่ยวสระแก้วคุ้มค่า555
dot
bulletรู้จัก....จังหวัดสระแก้ว
bulletเดินทางมาสระแก้ว
bulletปฏิทิน 12 เดือนเที่ยวสระแก้วคุ้มค่า
bulletตัวอย่างเส้นทางเที่ยวสระแก้ว
bulletแผนที่ท่องเที่ยวสระแก้ว
dot
คู่มือเที่ยวสระแก้ว
dot
dot
เพื่อนบ้าน
dot
bulletจังหวัดสระแก้ว
bulletททท.สำนักงานนครนายก
bulletสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
bulletกลุ่มรักษ์ผีเสื้อ
bulletกลุ่มเรารักษ์ป่า
bulletสระแก้ว Adventure
bulletButterfly Diary by หนูออด
dot
สั่งซื้อหนังสือผีเสื้อ
dot
dot
dot
bulletความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับผีเสื้อ
bulletกว่าจะเป็นผีเสื้อ
bulletผีเสื้อกลางวัน-ผีเสื้อกลางคืน
bulletอาหารของผีเสื้อ
bulletการเตรียมตัวดูผีเสื้อ
bulletทำอย่างจึงจะพบเห็นผีเสื้อ
bulletจุดดูผีเสื้อในปางสีดา
bulletภาพที่ได้รางวัลปี 56
bulletภาพที่ได้รางวัลปี 55




Copyright © 2010 All Rights Reserved.
รักป่าเขา รักบ้านเรา รักษ์ปางสีดา