ReadyPlanet.com
dot dot
dot
จากต้นกล้า สู่ ป่าใหญ่

รักษ์ปางสีดารุ่นแรก

“รักษ์ปางสีดา” สำนึกรักท้องถิ่นของ “คนสระแก้ว”

ไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็นการรวมตัวของคนในชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่   แต่ด้วยจิตใจที่ “รักธรรมชาติ” พร้อมที่จะเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้เข้ามา “รักธรรมชาติ” เช่นเขาบ้าง   แม้ว่าทุกคนจะมีหน้าที่และภารกิจแตกต่างกันออกไป  นักเรียนก็ต้องไปเรียนหนังสือ นักธุรกิจก็ต้องสนใจทำธุรกิจเพื่อให้ได้เงินทองมาเลี้ยงครอบครัว  ข้าราชการ ยังคงต้องทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน  แต่ในสังคมผมเชื่อว่า ยังมีคนอีกมากที่พร้อมจะเข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลืองานสังคมต่างๆ  โดยไม่ต้องหวังหน้าตา ชื่อเสียง เงินทอง  แต่ทำด้วย “จิตสำนึก” 


กลุ่มรักษ์ปางสีดา  เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสังคมสระแก้ว ที่ได้มีโอกาสทำตรงนั้นมานานกว่า 10 ปี  แต่กว่าที่จะเดินทางมาเหมือนวันนี้ได้  ไม่ง่ายหรอกครับ  ระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้เราสามารถพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานและเจตนาที่ดีให้ประชาชนในจังหวัดได้เห็น  จนวันนี้ “รักษ์ปางสีดา” ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของคนจังหวัดสระแก้วไปแล้ว

จังหวัดสระแก้ว  แม้ว่าจะเป็นจังหวัดใหม่ของประเทศไทย เมื่อ 12 ปีก่อน แต่ก็เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งดีดีมากมาย ทั้งธรรมชาติที่สวยงาม ร่องรอยอารยธรรมที่มีอยู่แทบทุกพื้นที่  บ่งบอกถึงประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน  ศิลปวัฒนธรรม ทั้ง 5 ชนเผ่าที่อยู่กันอย่างสันติ แต่ยังขาดการนำเสนออย่างเป็นรูปธรรม ให้คนในจังหวัดรู้สึกภูมิใจ  พร้อมบอกสู่คนอื่น  อาทิเรื่องแหล่งท่องเที่ยว

จะมีบ้างที่รู้จักว่า สถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งดีดีนั้นอยู่ที่ไหน  และมีข้อมูลบ้างนิดหน่อย พอที่จะพูดคุยกับคนอื่นได้บ้าง  แต่น้อยคนนักที่ได้รู้จักกับสถานที่อย่างนั้นอย่างแท้จริง  ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทสด๊อกก๊อกธม  ปราสาทเขาน้อยสีชมพู  เขาฉกรรจ์   หรือแม้แต่อุทยานแห่งชาติปางสีดา  ที่สมบูรณ์เพียบพร้อมไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพของสรรพสิ่งในผืนป่ากว่า 6 แสนไร่แห่งนี้  หากเป็นเช่นนี้  จะทำอย่างไรให้คนในจังหวัดหันกลับมาให้ความสนใจในทรัพยากรที่มีอยู่  ได้รู้ ได้สัมผัสอย่างแท้จริง  อันจะนำไปสู่ความรัก หวงแหน  รวมทั้งภูมิใจในของดีที่มีอยู่  สามารถพูดคุยกับคนอื่นได้อย่างเต็มความภาคภูมิ  ว่านี่แหละ ”สระแก้ว” บ้านเราเอง  

 

ก่อกำเนิด “รักษ์ปางสีดา”

ด้วยกระแสของจังหวัดใหม่  ที่มีผู้คนอพยพย้ายถิ่นเข้ามาทำงานมากมาย  ส่วนคนท้องถิ่นโดยมากแล้วจะมาจากอีสานกันเกือบทั้งนั้น  หากคิดจะทำอะไรแล้วก่อเกิดเป็นกระแสแห่งการอนุรักษ์ได้ น่าจะดีกว่าไม่ได้ทำอะไรซะเลย    ผมจึงเพียรพยายามหาคนมาร่วมอุดมการณ์เดียวกัน  ด้วยการจัดไปเดินป่าครั้งแรกที่ปางสีดา  เมื่อปลายปี 2538  โดยมีทั้งอาจารย์จากโรงเรียนสระแก้ว  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  พนักงานการไฟฟ้าสระแก้ว  ประมาณ 10 คน  ลุยป่าระยะทาง 8 กม.ไปยังน้ำตกถ้ำค้างคาว 

ทุกคนได้เห็น ได้สัมผัสธรรมชาติที่สวยงาม  เลยมีการพูดถึงการรวมตัวตั้งเป็นกลุ่มอนุรักษ์ขึ้นมา เพื่อนำของดีอย่างนี้กลับไปบอกคนสระแก้วว่า  “น้ำตกสวยๆ อย่างนี้ที่บ้านเราก็มี”  พอกลับออกมาแล้วก็มีการนักพูดคุยกันอยู่หลายรอบ   จนกระทั่งตกลงใจว่าเราพร้อมที่จะก่อกำเนิดเป็นกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสระแก้ว ที่ชื่อว่า “รักษ์ปางสีดา”

 พอกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2539  จึงได้จัดกิจกรรมแรกเป็นค่ายเล็กๆ นำนักเรียนโรงเรียนสระแก้ว  เข้าไปเดินป่าที่น้ำตกถ้ำค้างคาวกันอีกครั้งหนึ่ง  ให้น้องๆ ได้รู้จักการเดินป่าระยะไกล  การดำรงชีวิตในป่า และการที่ได้เข้ามารู้จักธรรมชาติของโลกสีเขียวอันกว้างใหญ่ในบ้านของเขาเอง  จากค่ายนี้เองจึงถือเป็นการเปิดตัวต่อสาธารณชน อย่างเป็นทางการของกลุ่มรักษ์ปางสีดา  โดยมีเยาวชนค่ายนั้นเป็นสมาชิกรุ่นแรก  และปัจจุบันเขาเหล่านั้นส่วนหนึ่ง ได้กลับเข้ามาช่วยงานเพื่อสานต่ออุดมการณ์ของกลุ่ม

 จากความสำเร็จในค่ายแรก  เราจึงได้พยายามหาทุนในการจัดค่าย ในลักษณะของการนำเยาวชนเข้ามาเรียนรู้เรื่องธรรมชาติผ่านห้องเรียนซึ่งเป็นป่าขนาดใหญ่  ให้เขาได้ซึมซับความบริสุทธิ์ของป่า  กลับไปบอกต่อให้คนทางบ้าน และเพื่อนในโรงเรียน  ซึ่งทำให้มีกระแสตอบรับกลับมาเป็นอย่างดี  มีองค์กรอนุรักษ์ส่วนกลางและใกล้เคียงที่มองเห็นความตั้งใจของเรา  อาสาเขามาช่วยงานอย่างเต็มกำลัง  กระบวนการค่ายทั้งหมดเราต้องอาศัยเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน  ในขณะเดียวกันเราก็ได้เรียนรู้การทำงานไปพร้อมๆกัน  สมาชิกที่มาช่วยงานทุกคนต่างก็นับหนึ่งด้วยกันหมด  ได้เรียนรู้จากประสบการณ์  จนวันนี้เราได้ยืนด้วยลำแข้งตนเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ

         

 

“เยาวชน” รากฐานสำคัญของสังคม

 ท่ามกลางกระแสวิกฤติทางสังคม  ทั้งการมั่วสุม  ยาเสพติด เพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และกับอีกหลายสิ่ง  เรามีความเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่น่าจะช่วยเหลือเยาวชนให้หลุดพ้นจากวงจรนี้ได้  น่าจะเป็น “กิจกรรม”  ที่ใครมักพูดกันว่า “กิจกรรมสร้างคน  คนสร้างสังคม” รักษ์ปางสีดาก็มีความเชื่อที่ไม่ต่างกัน  จึงได้ส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในจังหวัด โดยเฉพาะที่เคยผ่านการร่วมกิจกรรมกลุ่ม อย่างงานค่าย นำกลับเข้ามาร่วมงานอีกครั้ง ในบทบาทของพี่เลี้ยงและคณะทำงาน  ได้ฝึกการทำงานกิจกรรมช่วยเหลือสังคม  ภายใต้กรอบกติกาของค่าย  และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการร่วมงานกับพี่และเพื่อน

 
รวมทั้งยังได้ส่งเสริมให้เขาได้แสดงออกทั้งด้านความคิดและการกระทำ ตามความสามารถของตนเอง  และเหนือสิ่งอื่นใด  เป็นการเสริมฐานการทำงานของกลุ่มให้ขยายโตขึ้น  ในลักษณะของ “คนท้องถิ่นช่วยเหลือท้องถิ่นด้วยกันเอง”  จากการทำงานที่ผ่านมา  จึงได้สังเกตเห็นพัฒนาการของเยาวชนที่มาช่วยงานว่า เขามีความมั่นใจตนเอง นำความรู้ ความสามารถของตนเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์  แล้วยังกล้าแสดงออกมากขึ้น  ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเข้าสังคม เพื่อจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ช่วยเหลือสังคมมากกว่าการเอาเปรียบสังคม 

 

 จากความตั้งใจและผลการทำงานที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มรักษ์ปางสีดาได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ หรือ สยช. ให้ได้รับรางวัล “องค์กรผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเยาวชน ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”  โดยเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร  เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2544

 

 

รักษาธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม

 การดำเนินงานในฐานะองค์กรด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ทำให้กลุ่มฯ มีโอกาสเข้าไปร่วมทำงานกับอุทยานฯ ปางสีดาในหลายๆ เรื่อง  เช่นหากมีเรื่องใดที่ทราบข่าวไม่ชอบมาพากลในเขตอุทยานฯ ที่ประชาชนและสมาชิกกลุ่มแจ้งมา  เราก็แจ้งต่อไปยังอุทยานฯ เพื่อดำเนินการ  หรือบางครั้งที่เราเข้าไปเที่ยวธรรมชาติในป่า  แต่กลับไปเจอพวกหาไม้หอมโดยบังเอิญ  ทำให้อุทยานฯและหน่วยงานฝ่ายต่างๆ เข้ามากวาดล้างขบวนการเหล่านี้จนหายไประยะหนึ่ง

 เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กลุ่มรักษ์ปางสีดา สามารถทำงานร่วมกับอุทยานฯ ได้ดีไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย  ทำงานในลักษณะพี่น้อง  มาเที่ยวอุทยานฯ ก็เหมือนกับมาบ้านของตนเอง  รักอุทยานฯ ไม่ต่างไปจากเจ้าหน้าที่  จึงทำให้เราในฐานะประชาชนได้มีส่วนเข้าไปช่วยดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของสระแก้ว  ซึ่งไม่ใช่เป็นการอนุรักษ์เพียงครั้งคราว  แต่เป็นการร่วมมืออนุรักษ์อย่างยั่งยืน  

 ในขณะที่คนในจังหวัด มาช่วยกันทำงานอนุรักษ์เพื่อซึมซับธรรมชาติและมิตรภาพของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ผ่านกระบวนการค่ายเยาวชนให้นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดสระแก้ว  เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและตระหนักในคุณค่า  กว่าที่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง คงจะใช้เวลายาวนาน  แต่กลุ่มรักษ์ปางสีดา ยังคงทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอื่นๆ อีก ไม่เฉพาะแต่ที่ปางสีดาเท่านั้น

 

อย่างงานส่งท้ายประเพณีสงกรานต์ของจังหวัดสระแก้ว ทุกวันที่ 19 เมษายนของทุกปี  จะมีประเพณีการอัญเชิญรูปแกะสลักเจ้าพ่อพระปรง จากศาลฯ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนสุวรรณศรก่อนเข้ามายังจังหวัดสระแก้ว  มาให้ประชาชนสรงน้ำเป็นประจำมานานหลายสิบปี  ซึ่งเจ้าพ่อพระปรงถือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวจังหวัดสระแก้วมานาน  ใครเดินทางผ่านที่ศาลฯ ต้องบีบแตรหรือยกมือไหว้เพื่อขอพรให้เดินทางปลอดภัย


การจัดขบวนแห่เจ้าพ่อไปในตลาดตัวเมืองสระแก้ว ระยะทาง 23 กม. จึงเป็นวันที่ประชาชนจากทั่วสารทิศแห่กันมาร่วมสรงน้ำ พร้อมๆ กับเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานเต็มถนน  แต่ที่ผ่านมาในช่วงระยะหลังประเพณีที่ดีงามกลับกลายมาเป็นความรุนแรง จากการใช้ขันสาดน้ำใส่กันเปลี่ยนไปเป็นใช้ถุงพลาสติกใส่น้ำสี  น้ำแข็ง  ขว้างปากัน และหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงในช่วงวันดังกล่าว  นอกจากนี้ ถนนหนทางยังเต็มไปด้วยถุงพลาสติก ประชาชนเริ่มเอือมระอาถึงขนาดต้องปิดบ้านหนี  เนื่องจากกลัวจะโดนถุงน้ำขว้างใส่


จนกระทั่งเมื่อปี 2540 กลุ่มรักษ์ปางสีดา จึงได้เข้ามามีบทบาทในการลดปัญหาต่างๆ และเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีแก่จังหวัดสระแก้ว  ด้วยการจัดการรณรงค์ไม่ให้ใช้ถุงพลาสติกใส่น้ำขว้างปากัน  โดยประสานความร่วมมือไปยังตำรวจ  หน่วยกู้ภัย อำเภอ เทศบาลที่เกี่ยวข้อง  ประชาสัมพันธ์จังหวัด และสถานีวิทยุท้องถิ่น  เพื่อร่วมมือกันจัดการกับปัญหานี้   และได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีตลอดเวลา 5 ปี  ทำให้งานแห่เจ้าพ่อพระปรงทุกวันนี้  จำนวนอุบัติเหตุจากการจราจรลดลง  ประชาชนหันมาเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยความสบายใจ  ไม่มีถุงพลาสติกเกลื่อนเมืองให้เห็นอีกต่อไป 

 

คนสระแก้ว” ต้องเที่ยว “สระแก้ว”

 อย่างที่ผมได้บอกไว้ว่า  “คนสระแก้วเอง  น้อยคนที่ได้มีโอกาสเที่ยวดูสิ่งดีดีในจังหวัดตัวเอง” เพราะส่วนใหญ่จะไปแบบผิวเผิน ไปกินส้มตำหรือเปลี่ยนที่กินเหล้าซะมากกว่าไปซึมซับความประทับใจ ได้ความรู้ รวมทั้งเรียนรู้ไปกับการเที่ยว ที่เขาเรียกกันว่า “ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” 

 ในเมื่อน้อยคนที่มีโอกาสอย่างนี้  เราจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะให้คนสระแก้ว หันมาเที่ยวสระแก้วเองก่อนที่จะไปบอกคนอื่นให้มาเที่ยว  ด้วยการนำภาพสวยๆ มาจัดเป็นนิทรรศการแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัด  ทำเป็น ส.ค.ส. และนำเขาเหล่านั้นไปสัมผัสด้วยตัวเอง  อย่างการจัดกิจกรรมเดินป่าในปางสีดาและผืนป่าอื่นๆ ในสระแก้ว ให้กับกลุ่มเยาวชนและคนที่สนใจ  การสำรวจธรรมชาติเพื่อค้นหาน้ำตกใหม่ๆ มาส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ผ่านมาก็มีทั้ง น้ำตกลานแก้ว น้ำตกด่านช้าง น้ำตกด่านกระทิง น้ำตกคลองตีนช้าง เป็นต้น   แล้วเรายังได้ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร  เพื่อสำรวจและวางแผนจัดการ ประชาสัมพันธ์เขื่อนพระปรงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

 ซึ่งเราได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ในลักษณะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรายการวิทยุ “คลื่นนี้สีเขียว” กับกลุ่มรักษ์ปางสีดา ทางสถานีวิทยุ สวท.สระแก้ว ทุกเช้าวันเสาร์  รายการสารคดีท่องเที่ยวทางโทรทัศน์  หนังสือพิมพ์ส่วนกลางและท้องถิ่น จดหมายข่าวของกลุ่ม   โดยเฉพาะนิทรรศการ  ทำให้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับประชาชนว่าเขามีความรู้สึกกับสระแก้วอย่างไร  ได้เห็นเขาชื่นชมกับสิ่งดีดีในจังหวัดที่เรานำเสนอ

“ ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าบ้านเราจะมีน้ำตกสวยๆ อย่างนี้ ”
 “ ผมจะไปเที่ยวที่นี่ได้ยังไง?”
 “ จะพาครอบครัวไปเที่ยว มีที่พักบ้างไหม?”

 เป็น คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุด นั่นแหละครับคือความภูมิใจ ที่เราคนท้องถิ่นเองได้มีโอกาสบอกคนในจังหวัดด้วยกันเองว่า “บ้านเรายังมีอะไรดีดีอยู่อีกเยอะ เที่ยวบ้านเราเถอะ”

 

“อาณาจักรนกอ้ายงั่ว”  การค้นพบที่ยิ่งใหญ่

 กันยายน 2543  หนังสือพิมพ์ข่าวสดลงเรื่องการค้นพบอาณาจักรอ้ายงั่ว  รวมไปถึงนิตยสารถ่ายภาพ นิตยสารเกี่ยวกับนก จดหมายข่าวสมาคมฯ  อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์อีกมากมาย  รวมทั้งนักปักษีวิทยา และสมาชิกของสมาคมอนุรักษ์นกแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ  ที่ต่างตกตะลึงกันใหญ่เมื่อข่าวนี้ถูกแพร่ออกไป
 หลายคนบอกว่า แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้พบเห็นเจ้านกชนิดนี้ในธรรมชาติ ด้วยจำนวนที่มากมายขนาดนี้ เลยพากันเดินทางมาจังหวัดสระแก้วให้เห็นด้วยตา

 เพราะ นกอ้ายงั่ว (Oriental darter) มันไม่ค่อยจะมีอยู่ในธรรมชาติให้เราเห็นแล้ว  หรือจะมีให้เห็นบ้างก็ครั้งละ 1-2 ตัว  แต่ที่ผืนป่าบ้านลุงสน สรจันทร์แดง ชาวบ้านคลองมะละกอ ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว  เราได้เห็นโดยไม่ต้องไปซุ่มดู   อย่างน้อย 50 ตัวในปีแรกที่ค้นพบ จนมาเป็น 100 ตัวในปีถัดมา  และปี 2545 อ้ายงั่วก็กลับมาอีกครั้งในจำนวนที่มากกว่า 60 ตัว ไม่ธรรมดาใช่ไหมครับ  เพราะเจ้านกตัวนี้เป็นนกน้ำขนาดใหญ่ที่หายากและมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย  ปัจจุบันเห็นกันอยู่ตามป่าอย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ หรืออุทยานฯเขาใหญ่ หลังสุดเมื่อปี 2533 ที่วัดตาลเอน จ.อยุธยา  โดยไม่มีใครพบเห็นรังและลูกของนกอ้ายงั่วมากก่อนเลย

 งานนี้ต้องขอบคุณ อ.ชินวัตร น้ำทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาข่า อ.เมืองสระแก้ว สมาชิกกลุ่มที่ได้นำเรื่องแหล่งอาศัยของนกน้ำจำนวนมากมาบอกกลุ่มฯ จนเราต้องลงไปสำรวจเพื่อแยกชนิด  แล้วนำข่าวมาบอกที่สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย  จนกระทั่งเป็นข่าวโด่งดังไปทั่ว  ทำให้นักดูนกและสื่อมวลชนที่สนใจแห่กันเข้าไปเฝ้าดูอ้ายงั่วเป็นจำนวนมาก  แล้วยังมีนักดูนกจากทั่วประเทศที่ถามข่าวเรื่องนกตัวนี้มาทางผมอยู่เป็นประจำ

 เริ่มแรกของการค้นพบ ชาวบ้านแถวนั้นยังไม่รู้จักว่านกอะไร สำคัญอย่างไร  กลุ่มฯ จึงประสานกับหน่วยราชการและชุมชนเพื่อจัดค่ายเด็ก ชุมชน คนรักนกบ้านคลองมะละกอ ขึ้นเป็นครั้งแรก  นำนักเรียนจากโรงเรียนบ้านคลองมะละกอและโรงเรียนบ้านเขาข่าที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณนั้น  มาจัดเข้าค่ายให้ความรู้เรื่องการดูนกแล้วจึงพาไปดูที่สวนนกอ้ายงั่ว โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว (นายสมชาย ชุ่มรัตน์) มาเป็นประธาน  มีหน่วยงานระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล เข้ามา  จัดอย่างนี้มาเป็นประจำ  เพื่อสร้างกระแสนกอ้ายงั่วที่สระแก้วอย่างต่อเนื่อง  และประชาสัมพันธ์บอกประชาชนในจังหวัดและทั่วประเทศว่า “นกหายากนะ  อย่าไปยิงมากินนะ” และหวังว่านกตัวนี้น่าจะเป็นความภูมิใจของชาวสระแก้ว  พร้อมทั้งร่วมกันอนุรักษ์เอาไว้

รักป่าเขา รักบ้านเรา รักษ์ปางสีดา

จากการทำงานด้วยใจรักในธรรมชาติและบ้านเกิด ของคนกลุ่มหนึ่งชื่อ “รักษ์ปางสีดา”
 การทำงานด้วยความเสียสละตลอด 6 ปีที่ผ่านมา  รางวัลที่ได้รับมากมายเป็นเพียงกำลังใจให้เราได้ก้าวไป ด้วยความมั่นคง  สมาชิกหลากหลายสาขาอาชีพ และการทำงานด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน ด้วยใจที่ทุ่มเท และข้อจำกัดเรื่องทุนในการดำเนินงาน คุณภาพของงานมากกว่าปริมาณเยาวชนที่เข้าค่าย  รวมทั้งภาระหน้าที่งานประจำของสมาชิกแต่ละคน  เพียงเพื่อหวังให้ประชาชนในจังหวัดสระแก้ว หันมาสนใจให้ความรักและภูมิใจในบ้านของตนเอง  อาสาเข้ามาช่วยเหลืองานสังคมตามกำลังที่ทำได้ เพื่อให้ “สระแก้ว” เป็นเมืองที่น่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ดั่งเช่นวิสัยทัศน์ของจังหวัดที่ตั้งไว้

 เรามั่นใจว่า วันนี้ “เมล็ดพันธุ์แห่งการอนุรักษ์” ของรักษ์ปางสีดา  ได้เติบโต งอกงาม กระจายอยู่ทั่วจังหวัดสระแก้ว  พร้อมที่จะปกป้องรักษาบ้านเกิด ดังคำขวัญที่ว่า 

“รักป่าเขา รักบ้านเรา รักษ์ปางสีดา”







dot
เกี่ยวกับเรา
dot
bulletจากต้นกล้า สู่ ป่าใหญ่
bulletกรรมการสมาคม
bulletผลงานด้านท่องเที่ยว
bulletผลงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
bulletผลงานด้านส่งเสริมบทบาทเยาวชน
dot
ท่องเที่ยวสระแก้วคุ้มค่า555
dot
bulletรู้จัก....จังหวัดสระแก้ว
bulletเดินทางมาสระแก้ว
bulletปฏิทิน 12 เดือนเที่ยวสระแก้วคุ้มค่า
bulletตัวอย่างเส้นทางเที่ยวสระแก้ว
bulletแผนที่ท่องเที่ยวสระแก้ว
dot
คู่มือเที่ยวสระแก้ว
dot
dot
เพื่อนบ้าน
dot
bulletจังหวัดสระแก้ว
bulletททท.สำนักงานนครนายก
bulletสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
bulletกลุ่มรักษ์ผีเสื้อ
bulletกลุ่มเรารักษ์ป่า
bulletสระแก้ว Adventure
bulletButterfly Diary by หนูออด
dot
สั่งซื้อหนังสือผีเสื้อ
dot
dot
dot
bulletความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับผีเสื้อ
bulletกว่าจะเป็นผีเสื้อ
bulletผีเสื้อกลางวัน-ผีเสื้อกลางคืน
bulletอาหารของผีเสื้อ
bulletการเตรียมตัวดูผีเสื้อ
bulletทำอย่างจึงจะพบเห็นผีเสื้อ
bulletจุดดูผีเสื้อในปางสีดา
bulletภาพที่ได้รางวัลปี 56
bulletภาพที่ได้รางวัลปี 55




Copyright © 2010 All Rights Reserved.
รักป่าเขา รักบ้านเรา รักษ์ปางสีดา